วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

STARBUCKS เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้

เมื่อครั้งที่แล้ว เราได้นำเสนอเกี่ยวกับความลับของเซเว่นอีเลฟเว่นไปแล้ว วันนี้ เราจะมาเผยความลับของกาแฟที่ครองใจคนทั้งโลกอย่าง "Starbucks"




STARBUCKS

         หากพูดถึงกาแฟที่ครองใจคนทั้งโลกแล้ว คงหนีไม่พ้นอย่างสตาร์บัคส์แน่นอน ร้านสตาร์บัคส์นั้น มีหาง่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป และคงจึงเป็นที่คุ้นชินตาของทุกคนไปเสียแล้ว แต่ว่า เราจะรู้หรอไม่ ว่าสตาาร์บัคส์มีจุเริ่มต้นมาอย่างไร หรือว่าก่อตั้งโดยใคร หากคุณยังไม่รู้ งั้นเราไปดูกันเลย


1. สตาร์บัคส์ (อังกฤษStarbucks) เป็นร้านกาแฟจากอเมริกาในเมืองซีแอทเทิลในรัฐวอชิงตัน ก่อตั้งในปีค.ศ. 1971

2. เดิมสตาร์บัคส์เป็นเพียงร้านเล็กๆ ติดถนน 

3. ในปี 1981 โฮวาร์ด ชูลท์ส (ประธานกรรมการ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์) เดินเข้ามาสั่งกาแฟในร้านสตาร์บัคส์เป็นครั้งแรก หลังจากดื่ม Sumatra ถ้วยหนึ่งแล้ว โฮวาร์ดก็รู้สึกประทับใจสตาร์บัคส์ และเข้าร่วมธุรกิจด้วยหนึ่งปีหลังจากนั้น

4.ถัดมาในปี 1983 โฮวาร์ดเดินทางไปอิตาลี และประทับใจบรรยากาศร้านกาแฟสไตล์อิตาลีและทำให้เกิดความคิดที่จะนำรูปแบบร้านกาแฟดั้งเดิมของอิตาลีกลับไปยังสหรัฐอเมริกาด้วย

5. ประเทศไทยมีจำนวนสาขาทั้งหมด 158 สาขา (2012)

6. หากเคยมองไปที่เมนูของสตาร์บัคส์แล้ว จะเห็นแค่ว่ามีเครื่องดื่มเพียงแค่ 3 ขนาดที่ระบุไว้ นั่นคือ Tall (12 ออนซ์), Grande (16 ออนซ์) และ Venti (20 ออนซ์) แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทางสตาร์บัคส์มีอีกหนึ่งขนาดที่ไม่ได้ระบุไว้ในเมนูก็คือขนาดแบบช็อต (8 ออนซ์) นั่นเอง ซึ่งขนาดนี้ไม่ใช่เพียงแค่ราคาถูกกว่าขนาดอื่นเท่านั้น แต่ยังได้เครื่องดื่มที่เข้มข้นอีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วและราคาเบาๆ

7. สตาร์บัคส์เป็นชื่อที่ตั้งตามตัวละครจาก Moby Dick (โมบี้ ดิ๊ก) เป็นหนังสือที่โด่งดังมากในปี 1851 ผลงานโดย Herman Melville ซึ่งชื่อสตาร์บัคส์เป็นชื่อของหัวหน้าคู่หนุ่มสาวที่แล่นเรือ Pequod ซึ่งแต่เดิมผู้ก่อตั้งสตาร์บัคส์เคยได้พิจารณาจะตั้งเป็นชื่อ "Pequod" ด้วย

8. สตาร์บัคส์จะมีโครงการที่ว่า “Grounds For Your Garden”เพียงแค่ไปติดต่อร้านสตาร์บัคส์ในพื้นที่เพื่อของรับกากกาแฟที่พวกเขาใช้แล้ว โดยจะให้ในขนาด 5 ปอนด์ 

9. สตาร์บัคส์ก่อตั้งโดยอาจารย์ 2 คน และนักเขียนอีก1 คน

10. โดยมี กอร์ดอน โบเคอร์ ซึ่งเป็นนักเขียน เซฟ ซีเกล อาจารย์สอนประวัติศาสตร์ และเจอร์รี บอลด์วิน อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ

12.สัญลักษณ์นางเงือกไซเรน 2 หางบนโลโก้นั้น แต่ก่อนนางเหงือกจะเปลือยท่อนบน ซึ่งในภายหลังได้มีการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง จนในที่สุดได้นำเอาผมของนางเงือกมาปิดบริเวณหน้าอกในปี 1987 ซึ่งก็คือ โลโก้ที่เห็นกันในช่วงปัจจุบัน

13. ชื่อเรียกขนาดแก้วของสตาร์บัคส์ล้วนมีความหมาย

14. Tall นั้นมีความจุ 12 ออนซ์ (354 ml) ซึ่งตอนแรกมันคือแก้วใหญ่ แต่พอเพิ่มขนาดGrande ในเมนู ขนาด Tall จึงหล่นไปเป็นไซส์กลางแทน จนกระทั่งผู้บริหารเอา Short ออกจากเมนูและเพิ่ม Venti เข้าไป Tall จึงกลายเป็นขนาดเล็กที่สุดแบบในปัจจุบัน

15. Grande เป็นภาษาอิตาเลียน, สเปน, โปรตุเกส และฝรั่งเศส แปลว่าใหญ่ (Large) มีความจุ 16 ออนซ์ (473 ml) แต่แม้จะแปลว่าใหญ่ ปัจจุบันมันคือแก้วขนาดกลาง

16. Venti คือขนาดที่ใหญ่ที่สุดในเมนู แปลตรงๆ ว่า 20 เพราะมีความจุ 20 ออนซ์นั่นเอง (591 ml) แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับเครื่องดื่มเย็นที่แก้ว Venti จะเป็นขนาด 24 ออนซ์แทน นั่นก็เพราะว่าเครื่องดื่มเย็นมีน้ำแข็งเป็นก้อนๆ ทางร้านก็ไม่อยากเอาเปรียบลูกค้า เลยขยายไซส์ขึ้นเล็กน้อยเพื่อรองรับปริมาณน้ำแข็ง (โหคนดี-0-)

17. จริงๆ ยังมีไซส์ Demi ที่เล็กกว่าShotอีก 


19. Demi เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่าครึ่ง มีความจุ 3 ออนซ์ (89 ml) และใช้สำหรับเมนูเอสเปรซโซ่เท่านั้น ถ้านึกไม่ออกว่าไซส์นี้มีขนาดเท่าไหน ให้ลองนึกภาพแก้วช็อตขนาดมาตรฐานของแก้วช็อตคือ 1 ออนซ์ และโดยทั่วไปเอสเปรซโซ่มาตรฐานจะเสิร์ฟในแก้วช็อต แต่ Demi มีขนาดเท่า หนึ่งส่วนสามแก้วช็อต

21. อาจจะตกใจเมื่อทราบว่ายังมีแก้วอีกขนาดที่ใหญ่กว่า Venti อีก แก้ว Trenti เพิ่งเริ่มใช้ในปี 2011

22. Trenti แปลว่า 30 ดังนั้นคงเดาว่ามันจุ 30 ออนซ์ แต่จริงๆ แล้วมันจุได้ 31 ออนซ์ (916 ml)


23. สตาร์บัคส์ที่เกาหลีมีฮ็อทด็อกขายในร้าน

.
.
.


แถมรูป




อะไรน่ากินกว่ากัน กาแฟหรือคน 55555




ที่มา :
http://th.starbucks.co.th/%E0%B9%80%E0%B8%81--%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81-%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B-%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B9%8C
http://www.positioningmag.com/content/59200
http://www.pptvthailand.com/news/12783
http://www.dek-d.com/studyabroad/32898/
http://articles.spokedark.tv/2014/06/23/20-strangest-things-in-korea/#.VdxdTPlYrIU

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น